อาหาร ขนม

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

บราวนี่




เขียนโดย Unknown ที่ 01:29 ไม่มีความคิดเห็น:
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

ช็อคโกเลตพุดดิ้ง





http://baan-knom-waan.blogspot.com/2012/01/blog-post_7617.html
เขียนโดย Unknown ที่ 07:22 ไม่มีความคิดเห็น:
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
หน้าแรก
สมัครสมาชิก: ความคิดเห็น (Atom)

4 สมุนไพรดูแลหัวใจ

4 สมุนไพรดูแลหัวใจ

โรคหัวใจเป็นโรคที่คนไทยกลัวกันมาก เพราะไม่ว่าปีไหนๆ โรคนี้ก็อยู่ในอันดับต้นๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต จุดเริ่มต้นของโรคหัวใจก็ไม่พ้นการกินที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง

ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 สมุนไพรไทยๆ จากหนังสือเคล็ดลับสุขภาพดี สร้างได้ไม่ยาก มาปรุงเป็นอาหารจานโปรด เป็นเมนูพิเศษบำรุงหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหัวใจกันแต่เนิ่นๆ

1. กระเทียม ช่วยลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด หากใส่กระเทียมลงไปในอาหารที่มีน้ำมัน จะช่วยลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือดได้ถึงร้อยละ 50
2. พริก กินทุกวันจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง เพราะทำให้การไหลเวียนเลือดสมดุล ช่วยบรรเทาอาการใจสั่น แต่อย่างปรุงรสจัดจนเกินไป
3. ขิง เป็นสมุนไพรฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในดีขึ้นและยังช่วยลดการก่อตัวของไฟบริน (Fibrin) โปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำให้เลือดแข็งตัว หรือจับตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งจะไปอุดหลอดเลือด
4. ใบแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอย จึงช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้

นอกจากการดูแลเรื่องอาหารการกินแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและดูแลจิตใจให้สดใสด้วย จะทำให้ร่างกายสดใสแข็งแรง ห่างไกลจากโรคหัวใจและโรคอื่นๆด้วย

Cr : กลุ่มภารกิจสารนิเทศ ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Photo : www.inspiredlivingsa.co.za
https://plus.google.com/u/0/116420380236119898004/posts/F87cotvC78u?pid=6161976540659275858&oid=116420380236119898004

สูตรดีท็อกซ์จากแอปเปิ้ล ทำได้ด้วยตัวเอง

สูตรดีท็อกซ์จากแอปเปิ้ล ทำได้ด้วยตัวเอง

สูตรดีท็อกซ์จากแอปเปิ้ล ทำได้ด้วยตัวเอง

สูตรดีท็อกซ์จากแอปเปิ้ล ทำได้ด้วยตัวเอง

ผลดีของการดีท็อกซ์ก็คือทำความสะอาดลำไส้ ขจัดเอาของเสียและสารพิษที่ตกค้างอยู่ออกมา ทำให้ร่างกายผู้ที่ทำดีท็อกซ์รู้สึกสะอาด สดชื่นขึ้น แถมยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นด้วย

ทั้งนี้การทำดีท็อกซ์มีตั้งแต่การสวนล้างลำไส้ แต่สำหรับคนที่คิดว่าขั้นตอนเช่นนี้ยุ่งยากและน่ากลัว ก็สามารถทำดีท็อกซ์ได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งมีสูตรอาหารเพื่อการดีท็อกซ์อยู่จำนวนไม่น้อย และวันนี้แอดมินก็ได้นำสูตรการกินเพื่อดีท็อกซ์มาฝากกันอีกหนึ่งสูตร ซึ่งเป็นสูตรที่ทำได้แสนง่าย เพราะอาศัยแค่ผลไม้ยอดฮิตอย่าง "แอปเปิ้ล" เท่านั้นเองค่ะ

สูตรการทำดีท็อกซ์ด้วยแอปเปิ้ล ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงคุณทดแทนอาหารทุกมื้อด้วยแอปเปิ้ลเป็นเวลา 3 วัน และจำนวนแอปเปิ้ลที่ทานในช่วงเวลานี้ก็อยู่ที่ราว ๆ 24 ลูก หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความหิวของคุณในแต่ละมื้อนั่นเอง ซึ่งคุณสามารถใช้แอปเปิ้ลพันธุ์ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกาล่า กรีนสมิธ หรือว่าแมคอินทอช โดยสามารถเพิ่มส่วนผสมอย่างน้ำแอปเปิ้ล 100% หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ลงไปด้วยก็ได้

นอกจากนี้ยังต้องไม่ละเลยการดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ และน้ำที่ดื่มก็ควรเป็นน้ำอุ่น อันจะช่วยให้กระบวนการย่อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสารเพ็คตินในแอปเปิ้ลจะช่วยดึงสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ให้ออกมาจากร่างกายผ่านการขับถ่ายในแต่ละวัน และในวันสุดท้ายของการทำดีท็อกซ์ ให้ปิดท้ายด้วยการทานน้ำมันมะกอกชนิดเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ โดยสามารถผสมกับน้ำองุ่นหรือน้ำส้มเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้นก็ได้ค่ะ

ในช่วงเวลาระหว่างนี้จนครบ 3 วัน ร่างกายก็จะค่อย ๆ ขับถ่ายของเสียที่สะสมไว้ออกมา ช่วยให้คุณรู้สึกโล่งและสบายตัว นับเป็นการดีท็อกซ์แบบง่าย ๆ และสบายกระเป๋า ที่เห็นผลดีอีกหนึ่งสูตรเลยล่ะค่ะ

ข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

https://www.facebook.com/Maeban.co.th/photos/a.123113807743265.31053.105339522854027/819849858069653/?type=1&theater

กาแฟกินอย่างไรได้ประโยชน์

กาแฟกินอย่างไรได้ประโยชน์

กาแฟ

กาแฟ จัดว่าเป็นเครื่องดื่มทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานาน เป็นเครื่องดื่มที่มีอยู่ประจำในสำนักงานแทบทุกแห่ง ทั้งนี้ สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมีความไวต่อปริมาณกาเฟอีนแตกต่างกัน การดื่มกาแฟ 1 ถ้วยเท่ากัน อาจทำให้คนที่ไวต่อกาเฟอีน ใจสั่น นอนไม่หลับ แต่ไม่มีผลกับอีกคนหนึ่งที่มีความทนทานมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามการดื่มกาแฟไม่ควรเกิน 3 ถ้วยต่อวัน

กินกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์ และเกิดผลเสียน้อยที่สุด
1. ควรสังเกตว่าตัวคุณเอง มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟกี่ถ้วย มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตนเอง
2. หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ
3. ไม่ควรดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เนื่องจากกาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
4. ไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อหักโหมทำงาน และอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน แม้ว่ากาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจริง แต่สมองต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้
5. หากคุณเป็นผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น เพื่อทดแทน แคลเซียมที่สูญเสียไปกับปัสสาวะ และลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรืออาจปรับเปลี่ยนโดยการชงกาแฟใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น
6. ควรกินผักผลไม้อย่างเพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น วิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน เป็นต้น จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้
7. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน

ฟาสฟูดมีประโยชน์

ฟาสฟูดมีประโยชน์
อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญในการเริ่มต้นการทำงาน แต่มี 3 อาหารฟาสต์ฟู้ดที่ช่วยเพิ่มพลังสมองในยามเช้า
ทีมนักโภชนาการชาวออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาวัยรุ่น 800 คน พบว่า การได้รับประทานอาหารมื้อเช้า ที่มีสารอาหารบางประเภทช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง โดยพบว่าทำคะแนนในห้องเรียนได้ดีขึ้น และมีสุขภาพจิตดีขึ้นด้วย เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะนำมาบอกต่อ เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพสมองแล้ว วิธีทำก็แสนง่ายแบบที่ไม่ต้องกวนคุณแม่ และไม่เสียเวลาเตรียมมากนัก มาลองทำกันเลย
สูตรที่ 1 ซีเรียลจากธัญพืชที่ไม่ขัดสี เติมนมเปรี้ยวแบบไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำ จากนั้นเติมกล้วยหอมหั่นเป็นชิ้นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
สูตรที่ 2 โยเกิร์ตแบบไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำ ใส่ข้าวโอ๊ตบดหยาบและผลไม้ต่างๆ ตามชอบ เช่น กีวี แอปเปิ้ล สตรอว์เบอรี่ (ไม่ควรเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน) คลุกเคล้าให้เข้ากัน
สูตรที่ 3 แซนด์วิชทูน่า ใช้ขนมปังไม่ขัดขาว เนื้อปลาทูน่า และที่ขาดไม่ได้คือมะเขือเทศสีแดงสด
ที่มา : http://women.mthai.com/
http://news.voicetv.co.th/viral/93241.html

คลังบทความของบล็อก

  • ▼  2015 (1)
    • ▼  มีนาคม (1)
      • บราวนี่
  • ►  2013 (1)
    • ►  เมษายน (1)

เกี่ยวกับฉัน

Unknown
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน
เรียบง่าย ธีม. ขับเคลื่อนโดย Blogger.